$$ ทำงาน Vs ทำเงิน $$

posted on 14 Nov 2009 18:54 by chunlalunla

สมัยนี้ทุกอย่างซื้อด้วยเงินและความสะดวกสบายแล้วหรอ

 

วันก่อนไปเป็นเพื่อนเพื่อนไปฟังการอบรมเกี่ยวกับการทำงานทางอินเตอร์เน็ต ที่พบได้ในฟอร์เวิร์ดเมลที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นกันจนชิน ก็เชิญชวนกันซะเหลือเกิน

ภาพที่เห็นแวบแรก คนมาเยอะมากกกกก

 

เริ่มการอบรมโดยการเปิดเดี่ยวไมโครโฟนปรับอารมณ์คน เนื่องจากคนส่วนใหญ่หัวเสียกับการต่อคิวรอหน้าห้องอย่างหงุดหงิด ได้ผลดีที่เดียว ไม่รู้ว่าพี่โน้ตจะรู้มั้ยว่ามุกอาร์ตตัวแม่ ทำให้คนที่ร้อนจนคุมอารมณ์ไม่ได้สามารถนั่งหัวเราะอย่างไร้มารยาทจนลืมพฤติกรรมแย่ๆที่ตัวเองเพิ่งทำไปได้ ขอบคุณพี่โน๊ตมากค่ะ ที่อย่างน้อยก้อทำให้เราเย็นลงกับเธอคนนั้น

พอเริ่มบรรยาย สิ่งที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคือ ความรู้สึกที่เราเข้าใกล้ความเป็นเศรษฐีเข้าไปทุกที เค้าบอกว่าได้เงินเยอะ....ไม่ใช่เยอะธรรมดา เยอะมากๆ

แต่ว่า....  ทำไมมันง่ายดายเช่นนั้น

ไม่เหมือนที่ท่านผู้ใหญ่ทั้งหลายสอนเราไว้ว่า ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย

แต่ฟังไปก่อนและกัน เดี๋ยวก็คงได้เข้าใจ

ฟังไปๆก้อรู้สึกคล้อยตาม  มีหลายคนที่ทำงานจริงก็พากันเดินมาบอกเล่ารายได้ พนักงานบริษัท ข้าราชการ นักศีกษา แม่บ้าน แม้กระทั่งเด็กมัธยมของโรงเรีัยนเอกชนรัฐบาล

บางคนลาออกจากงาน ออกจากมหาวิทยาลัย

ออกจากสิ่งที่เค้าเรียกว่า อะไรเดิมๆที่น่าเบื่อๆ เหนื่อยและได้เงินน้อย พอออกมาทำงานนี้  ทุกคนบอกว่าตัวเองมีความสุขขึ้น  มีเงินมากขึ้น ดูดีขึ้น เวลามากขึ้น ทำให้มีความสุข ฟังไปก็เริ่มทะแม่งๆ

 เงิน = ความสุข หรอ?

 มีบางคนลุกออกไปช่วงแรก  คนนั้นกลายมาเป็นข้อคำถามที่บนเวทีถามคนข้างล่างว่าเขาโง่ไหมที่ทิ้งโอกาสนี้ไป  โอกาสมากองตรงหน้าแล้วทิ้งไปอย่างงี้เขาเรียกว่า....  หลายคนตะโกนบอกคำตอบชัดเจน

สำหรับเรา  เค้าโชคดีแล้วล่ะที่ไม่ต้องอยู่ฟังจนครบเวลา

ในชีวิตเราโอกาสก็วิ่งเข้ามาหลายครั้ง  แต่ครั้งนี้ไม่เสียใจเลยที่ทิ้งไป

เ ร า ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร " รวย "  เราไม่อยากไปเป็น ปริมาณมาก ที่ไร้คุณภาพ

- -เพราะความฉลาดของคนที่คิดแล้วว่าตัวเองฉลาดทำให้ประเทศเสียทรัพยากรดีๆไปเป็นเศรษฐีกันหมด

- -ถ้าฟอเวิร์ดเมลที่ชวนกันรวยนี้ยังส่งต่อไป คนพากันรวยทั้งประเทศ

- -แล้วตอนต่อไปจะเป็นยังไงนะ  รวยแบบกลวงๆ คงจะหาดูได้ไม่ยากในอนาคต

- -ถ้าเงินเก่งจนซื้อความสุขได้จริงๆ ก็คงต้องยอกรับ เพราะตอนนี้ เงินก็ซื้อคนได้อย่างง่ายดายแล้วด้วย

 

สมัยนี้ทุกอย่างซื้อด้วยเงินและความสะดวกสบายแล้วจริงๆหรือนี่

 

ขอร้อง  คิดกันดีๆก่อนจะรวยนะคะไม่ได้มาว่าใครแต่อยากให้คิดอีกมุมหนึ่งเท่านั้น

 

"หากเราเห็นปัญหา แล้วไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา สุดท้ายเราจะเป็นปัญหาเสียเอง"

                                                                                               ท่าน ว.วชิรเมธี

 

"เปลี่ยน"

โรคเปลี่ยน(แคก แคก 2009)

โลกก็เปลี่ยน

เพราะโลกนี่ไม่เที่ยง ไม่ยืนยาว ไม่ถาวร

เราจึงต้องหมุนไปเรื่อยๆ

ความสนุกของการเกิดเป็นมนุษย์อีกอย่างคือการหมุน หมุนไปเรื่อย ไปเจอกับสิ่งใหม่ๆ สวยบ้าง มืดบ้าง หรือบางครั้งก็กลับมาที่เดิมแล้วสุดท้ายมันก็ไม่สนุก

เวลาผ่านไปมันกลับมาสนุกอีกครั้ง หมุนไป และก้อเป็นอย่างนี้ เรื่อยไป

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

Oo๐น้ำฝน๐oO

posted on 14 May 2009 13:48 by chunlalunla

ครั้งแรก

จำได้ว่าชื่อแรกคือน้ำฝน

วันแรก คือ 24 มกรา

แต่ตอนนั้นจำไม่ได้ว่ารู้สึกกับไอ้สิ่งแรกๆนั้นยังไง

จำได้อีกทีตอนเดินขึ้นตึกเรียนตึกใหม่ครั้งแรกที่พระแม่มารีสมัยอยู่อนุบาล3 ตอนนั้นก็รู้สึกดีที่ได้เป็นรุ่นแรก เหมือนเป็นเจ้าของตึก ^^  หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมา 

จนมาถึงป.6 

เพิ่งนึกได้ว่าต้องไปหาที่เรียนม.1  จะต้องแยกย้ายกันซะแล้ว ไอ้เพื่อนที่เคยวิ่งเล่นกันมาตั้งนมนาม ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะไปเรียนที่ไหน  แต่จำได้ว่านั้นเป็นครั้งแรกที่ร้องไห้ทุกวันตอนปิดเทอม  คิดถึงเพื่อนๆมาก      ตอนนั้นเสียใจที่ภาพที่เคยเห็นจะไม่ได้เห็น สิ่งที่เคยทำจะไม่ได้ทำอีก หรือถ้าจะได้เห็นอีกครั้ง ก็ได้เห็นแค่ตอนหลับตานึกถึง ไม่เข้าใจและทรมานกับการได้เห็นเพื่อนๆอยู่ในห้องเรียนด้วยกันในหัวตัวเองอย่างเดียว ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้เข้าใจว่าภาพในหัวตอนนั้น มันคือ

"ความทรงจำ" ของเรา

สุดท้ายก็จับสลากเข้าได้ที่โรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯ ที่มีชื่อเหมือนส้มชนิดหนึ่ง จำได้ว่าตอนจับสลากอาจารย์เปิดขวดกิมจ๊อฝาเหลืองที่เราบรรจงเลือกคว้าหลังจากที่มันถูกกวนแล้วกวนอีก อาจารย์ดูกระดาษแล้วยื่นด้านเปล่าๆให้เราดู ตอนนั้นยืนนิ่งไปเลย แล้วอาจารย์ก็หันอีกด้านมาให้ดู บอกว่าล้อเล่นแล้วบอกกับเราว่ายินดีด้วย เราถึงยิ้มออกมาได้

นึกๆไปแล้วหลังจากนั้นมา ก็ต้องเจออะไรที่เป็นครั้งแรกอีกเยอะเลย

แต่เราก็ผ่านตรงนั้นมาได้  ผ่านมาได้ด้วยดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ไถๆมาได้บ้าง ได้บทเรียนบ้าง

นับได้ว่าสนุกดี

มีเพื่อนสนิทมากกครั้งแรก อกหักครั้งแรก เป็นพิธีกรหน้าเสาธงครั้งแรก ไปกาญคนเดียวครั้งแรก                         มาโรงเรียนเช้าครั้งแรก555 ฯลฯ

 แต่ครั้งแรกไหนก็ไม่เท่าการต้องเปลี่ยนช่วงชีวิตในแต่ละช่วง ตอนเข้าม.1ยังดีที่มีเพื่อนจากที่เดียวกันมาบ้าง  ตอนขึ้นม.ปลายก็รู้สึกแย่ และเบื่อการไปโรงเรียนมากๆ  มาตอนนี้มาเป็นเฟรชชี่  ความรู้สึกแบบนั้นกลับมาอีกแล้ว  เพียงแค่ตอนนี้รู้สึกแย่กว่าหน่อย  เพราะดันไปงอนเพื่อนสนิทอยู่ เลยรู้สึกแป่วๆแหง่วๆอย่างแรง  เหมือนตอนจบป.6  ร้องไห้ทุกวันอีกและ  แต่ต่างตรงที่เราร้องไห้ให้คนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง

ความเปลี่ยนแปลง  ผันแปร  แปรเปลี่ยน  ฟังดูรับได้ยากสำหรับคนทีชอบกำไว้และมัดไว้

คิดดูอีกทีก็ยังดีที่อย่างน้อยมันไม่ได้หายไปเลยทีเดียว

 

นี่ก้อเป็นครั้งแรกในบล็อกเหมือนกัน  แต่รู้สึกดีอย่างปะหลาด ที่ได้มีครั้งแรกซะที